เลิกชีวิตดราม่า*

 

ทำตัวอินเทรนด์ สร้างดราม่าทิ้งไว้ในโลกออนไลน์

แสร้งทำเป็นหายตัว แสร้งทำเป็นจากลา

ผ่านไปไม่กี่วัน หันมามองย้อนกลับดูโลกดราม่าของตัวเองแล้วคิด

 

"ทำไมชั้นต้องมานั่งทำดราม่าบ้าบอพวกนี้ด้วยนะ"

 

นึกๆ แล้วก็ขำตัวเองไม่น้อย

ทำเหมือนละครที่นางเอกหายตัวแล้วรอพระเอกมาง้อ

บังเอิญฉันไม่ใช่นางเอก แล้วเขาก็ไม่ใช่พระเอก

ไม่มีใครง้อ หรือรู้สึกอะไร .. หรือบางทียังไม่ทันรู้ตัวว่า หายไป - -"

 

กะว่าจะเลิกดราม่าแล้ว

ไม่ใช่เพราะมันไม่ได้ผลดั่งใจ

แต่การเสแสร้งแกล้งทำไปไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้นมา

ยิ่งมองดูตัวเองแล้ว ยิ่งเห็นว่า เป็นเอามาก - -"

แล้วคนอื่นๆที่มองดูเราล่ะ โดยเฉพาะไอ้พวกเพื่อนๆ ที่ร่วมขบวนการ

คงช่วยแบบอนาถใจไปพร้อมๆ กัน .. และคงคิดว่า เพื่อนตูเป็นเอามาก - -"

 

เลิกทำดราม่าแล้วจะทำไงต่อก็ยังไม่รู้นะ

แต่ทุกวันก็ใช้ชีวิตตามปกติไป และเป็นสุขดี ไม่มากมายแต่ก็เรื่อยๆ

พอแว้บกลับไปนึกถึง ก็ทุกข์ให้หนักใจเล่นบ้างเป็นระยะ

พอแว้บออกมาจากที่คิด ก็เฉยๆ ทำอย่างอื่นไปตามเรื่องตามราว

ทุกข์ไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา สุขก็เช่นกัน

 

เขาเองก็คงคิดแบบนี้ ถึงเลือกอยู่แบบนั้น

ต่างกันตรงที่ ไอ้ทุกข์สุขของเขาไม่ใช่ฉัน

และเรื่องทุกข์ร้อน หรือความสุขของเขา ก็เป็นเรื่องไม่ถูกไม่ควร ผิดศีลธรรมอันดี

พอคิดแทนเขาทีไร ก็ทุกข์ไปก่อนเขาทุกที

 

จะให้ยินดีในความสุขของเขา ก็ทำใจไม่ลง

ในเมื่อความสุขของเขาเป็นเรื่องผิดบาป ไม่ถูกต้อง

มันก็เหมือนสนับสนุนให้ทำไม่ดี .. ก็เลยไม่อยากร่วมยินดีด้วย

 

แต่กรรมของใครก็ของมัน

ต่อให้จับ ให้จูง ลากเขาออกมาจากบ่วงเวรกรรมนั่น

ถ้าเขาไม่ออกมา ก็เปล่าประโยชน์

ถ้าเขาไม่รู้สึกและตั้งใจจะ ละ เลิก ก็เปล่าประโยชน์

เป็นเรื่องที่ต้องคิดและตัดสินใจ .. ตัดใจให้ได้เอง ..

 

สวดมนต์ก็ได้แต่ขอให้บุญบารมีส่งไปถึงใจเขาเท่านั้น

เผื่อจะลดทอนความ "ไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดี" ลงได้บ้าง

 

สรุปว่า ก็คิดแทนเขา รู้สึกแทนเขา อยู่ดี .. แบบนี้เรียกว่า หาเรื่องทุกข์มาใส่ตัวแท้ๆ

 

ลำพังแค่เรื่องของตัวเอง ก็ไม่เห็นจะมีอะไรให้ทุกข์ร้อน

กินอิ่ม นอนหลับ มีบ้าน มีงาน มีเพื่อน มีครอบครัว

พอเอาเรื่องเขามาใส่หัว

กินก็ไม่ได้ นอนหลับไม่เต็มตา งานทำได้ไม่ดี เพื่อนๆ ก็ระอา ครอบครัวก็ห่วง

หาเรื่องทุกข์ร้อนเพราะยึดเอาว่า ต้องทำอย่างนี้ให้ ต้องทำอย่างนั้นให้

ถ้ามีสติคิดได้บ้างว่า เอื้อเฟื้อในสิ่งที่ควรเอื้อ ละ วาง ในสิ่งที่ควรวาง  .. คงจะไม่ทุกข์มากขนาดนี้

 

มองดูแล้วรู้สึกว่า ที่ผ่านมานี่ เราทุกข์จังเลยเนอะ

เอาเรื่องทุกข์ๆ มาใส่ตัวเองตลอด

ไม่อยากทุกข์แบบเดิมอีก แต่ติดตรงที่ ใยบางๆ ที่เรียกว่า ห่วง และผูกพัน

แต่คิดว่า พอมองเห็นตัวเองแบบนี้แล้ว ก็เหมือนเป็นเครื่องป้องกันได้ระดับนึง

เห็นว่าทุกข์ จะไม่เข้าใกล้ .. ไม่เอามาใส่ตัวจนหนัก

มองอยู่ห่างๆ หรือ ทำความเข้าใจ .. ทุกข์ในระดับผิวๆ ดีกว่าไปถือเอาไว้

ทั้งหนักใจ ทั้งเจ็บตัว ไม่ไหวๆ

 

กำลังอยู่ในโหมดเรียนรู้ความเป็นปกติของชีวิต

ดำเนินชีวิตตามปกติ .. มันยากนะสำหรับคนที่มีชีวิตดราม่ามาตลอด

ติดอยู่ในฝัน ในความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ... วูบไหวง่าย เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวหัวเราะ ..

ถ้าทำชีวิตได้ปกติเมื่อไหร่ การรับมือกับเรื่องทุกข์ เรื่องสุข คงทำได้ดีกว่าตอนนี้

 

ใช้ชีวิต กิน เที่ยว เล่น ทำงาน ไปตามประสา

คงดีกว่า วันๆ คิดวนไปวนมาอยู่เรื่องเดียว คนเดียว

ออกแนวเหมือนคนบ้า และเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ

 

วันนึงจะหายบ้า

และกลับมาเป็นมนุษย์เดินดินตามปกติ

เป็นคนธรรมดาๆ นี่แหละ ... ดีแล้ว

 

 

|| - Ange - ||
07 ก.พ. 2010 เวลา 11:50 น.

ฮิตกันจังไอ้ดราม่าเนี่ย

จริงๆ เป็นมานานแล้ว แต่อยากลองอินเทรนด์บ้าง

ทั้งๆที่ไม่รู้ว่า ดราม่า แล้วจะได้อะไร

แล้วตูจะดราม่าไปทำไมว่ะ - -"

อ่านจบแล้ว มะรู้จะเม้นท์ว่าไงดี

แต่เรื่องราวกับความรู้สึก เหมือนจะคุ้นๆกับตัวเอง


:)

ชอบสีม่วงแน่ๆเลยใช่ไหม

สีม่วงบ้านนี้หว๊านหวาน
003955
7 ก.พ. 2553 เวลา 13:54 น.
พริ้วหายบ้าแล้ว
แต่มิกำลังจะเริ่มบ้า
ตอนนี้ดราม่าขั้นเทพเลย

- -
002014
7 ก.พ. 2553 เวลา 14:03 น.
^__^
001221
7 ก.พ. 2553 เวลา 17:17 น.
ต้องไปฟังเพลง
"ก้อนหินก้อนนั้น"
ของโรส ศิรินทิพย์ ค่ะ


ปิ๊กกี้
005108
7 ก.พ. 2553 เวลา 17:23 น.
:)
000332
9 ก.พ. 2553 เวลา 22:21 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic