บ่น*
วันนี้เป็นเรื่องบ่นตัวเองให้ตัวเองฟัง .. ขออภัยหากไม่มีสาระอะไรให้อ่าน
มันคงไม่ถูกนักที่จะให้ใครต่อใครมานั่งฟัง นั่งเห็นใจ กับเรื่องฟูมฟายของฉัน
มันไม่ถูกตั้งแต่พยายามจะประกาศให้โลกทั้งโลกรู้แล้วว่าฉันรู้สึกไม่ดี ฉันเสียใจ
และที่ซ่อนเอาไว้ลึกๆ กว่านั้นก็คือ เขาน่ะแหละ ตัวการที่ทำให้ฉันเสียใจ
เหมือนพยายามหาแนวร่วม ด้วยการใช้ความเห็นใจ
ถ้าพยักหน้า เข้าใจกับฉัน .. แสดงว่า ต้องเห็นว่า เขาทำไม่ดี ทำผิด
นั่นล่ะ .. ฉันได้พรรคพวกเพิ่มขึ้นแล้ว เห็นไหม .. ใครๆ ก็เข้าข้างฉัน
พอคุยเรื่องเดิมๆ กับคนเดิมๆ ซ้ำๆ มากเข้า .. ก็จะรู้สึกตัวว่า เรามันช่างงี่เง่าเสียจริง
ถ้ายังรู้สึกไม่มาก ก็จะเริ่มเปลี่ยนคนคุย จนกว่าจะรู้สึกงี่เง่าเสียจริงอีกหน
ทั้งๆที่ คนที่ควรคุยด้วยมากที่สุด น่าจะเป็น ตัวเอง
บางครั้งก่อนที่จะเล่าให้ใครๆ ฟัง ก็ไม่ได้ทุกข์ไม่ได้ร้อนแล้วนะ
บางครั้ง ตอนนั้นรู้สึกเฉยๆ เสียด้วยซ้ำ
แต่พอนั่งเล่าไป ๆ กลับกลายมาฟูมฟาย หรือ หงุดหงิดใจเสียอีกรอบ
ท่านว. เคยบอกว่า คนเราชอบรีไซเคิลทุกข์
ฉันเนี่ยล่ะ คนนึง แถมยังพยายามยัดใส่มือคนอื่นให้ทุกข์ไปด้วยอีก
ถ้าจะรังเกียจ ควรจะรังเกียจตัวเองที่ทำแบบนี้เสียมากกว่า
พอคิดได้ นึกได้ ก็เป็นแบบนี้
มานั่งพิจารณาตัวเองแล้วรำคาญตัวเองเสียทีนึง .. ไม่ดีเลย
แล้วก็มักจะนึกได้ คิดได้ เอาตอนที่ไม่มีใครจะให้บ่นให้ฟังแล้วน่ะแหละ
ซึ่งจริงๆ ก็คงไม่มีใครอยากฟังฉันพูด ฉันพร่ำ เรื่องนี้กันนักหรอก
แต่ชอบเล่าราวกับว่าคนอื่นเค้าชอบฟังเสียเต็มประดา
วันนี้เลยรู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนน่าเบื่ออย่างบอกไม่ถูก
ไม่น่าจะเห็นใจเลย ถ้ามานั่งพร่ำเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
วันนี้เลิกงานเร็ว รู้สึกไม่ดีตั้งแต่สายๆ ด้วยเหตุเดิมๆ
ขับรถไปก็กดหาคนที่จะคุยด้วยได้ไป (ไม่ดีเลย รถจะชนเอาได้ง่ายๆ)
ไอ้เวลาที่กดๆ ไล่รายชื่อไปทั้งหมดทั้งเครื่องแล้ว
รู้สึกถึงจำนวนคนที่เราคุยด้วยได้ และ จำนวนที่ คุยด้วยได้ พร้อมทั้งทนฟังเราได้ มีไม่เยอะเลย
เวลาบ่ายๆ เย็นๆ แบบนี้ ก็ไม่ใช่เวลาปกติที่จะมานั่งฟังเรื่องทำนองนี้เสียด้วย
รู้สึกตัวว่า ในขณะที่คนอื่นเขาทำงานเพื่ออนาคตข้างหน้า
ฉันมัวทำอะไรอยู่ว่ะ .. นั่งบ้าเรื่องที่มันไร้สาระได้ขนาดนี้เชียวหรือ
นั่นล่ะที่มาของความรู้สึก งี่เง่าชะมัด
สิ่งที่ค้นพบวันนี้คือ ทุกคนต่างกำลังดำเนินชีวิต รวมถึงฉันเองด้วย
นั่นแปลได้ว่า ชีวิตต้องดำเนินต่อไป .. ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
...
๑ พี่ปอบอกว่า ชีวิตมันไม่ได้น่าเบื่อมากมายขนาดนั้น (เมื่อฉันเริ่มทำเสียงสะอื้น ฟูมฟาย)
๒ เจี๊ยบเคยบอกไว้ว่า ทุกคนต่างก็มีปัญหา ใช่ว่าจะมีความสุขกันทุกคน
คนไม่พูดไม่ได้หมายความว่า เขาไม่มีปัญหา
(เป็นนัยให้คิดว่า ไอ้ที่พูดพร่ำอยู่เนี่ย มันเป็นปัญหาจริงๆ สักเท่าไหร่กัน)
๓ อุ๋มเล่าให้ฟังว่า บางครั้งเราไม่ต้องพยายามอะไรมาก
สุดท้ายแล้วอะไรบางอย่างจะจัดการช่วยผลักเราออกจากสิ่งที่ไม่เหมาะสม หรือ สิ่งที่ไม่ใช่ ..
แล้วก็ดันเราไปสู่สิ่งที่เหมาะสม สิ่งที่ใช่เอง .. โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย
อุ๋มเรียกสิ่งนั้นว่า เทวดาประจำตัว
๔ ป่วยการที่จะคุยด้วยเหตุด้วยผลกับคนที่มีอคติกับเราในทุกสิ่ง และไม่ควรจะเริ่มคุยยิ่งกว่า
ในขณะที่เราเองก็มีอารมณ์หงุดหงิด ไม่ยอมรับ กรุ่นๆ อยู่ในใจ
เชื่อได้ว่า ต่างฝ่ายต่างยกดาบ(คำพูด)ขึ้นเชือดเฉือนกันได้
เพียงเพื่อให้ตนเองรอด(แบบสาหัส) ในสงคราม
เพื่ออะไร ?
๕ ไม่มี happy ending และไม่มี sad ending เช่นกัน .. เพราะชีวิตก็ยังดำเนินต่อไป
คำว่า end มันก็แค่สิ่งสมมุติ
๖ ต่อให้บอกว่า ไม่เอาแล้ว พอแล้ว .. ยิ่งบอกมากเท่าไหร่ กระจายไปหลายคนเท่าไหร่
แปลว่า ยังไหวอยู่ และไม่อยากพอ
๗ คนจะไป ต่อให้รั้ง ให้ดึงด้วยอะไร เขาก็ไป ... คนจะอยู่ ต่อให้ฉุด ให้กระชากไปแค่ไหน ก็อยู่
ไม่มีอะไรผูกรั้งเอาไว้ได้ ถ้าไม่อยากอยู่เอง
๘ จงอยู่ให้เป็นปกติกับสภาวะการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าจะ end หรือ ไม่ end ...
ถ้าอยู่อย่างปกติได้ จะเกิดอะไรขึ้น ก็อยู่ได้
๙ เจี๊ยบบอกว่า ต่อให้หนีไปทั่วโลก ถ้าคิดไม่ได้ ก็หนีไม่พ้น
๑๐ นั่งเขียนที่ my cafe' the library .. เขียนเพลินไปจนเขามาเก็บเป็ดกรอบชิ้นสุดท้ายไปซะงั้น
อาย ไม่กล้าบอกว่า เหลืออีกชิ้น ชั้นยังไม่ได้กิน >.<
พอเถอะ ..
|| - Ange - ||
09 มี.ค. 2010 เวลา 18:02 น.
ไม่ย๊อมมมม .. เหลือเค้กอีกเสี้ยว ต้องรักษาไว้ยี่งชีพ
ค่อยๆทำไป ค่อยๆทำไป
ดีแล้วที่พริ้วเห็นว่าจริงๆเป็นยังไง
not fine ก็บอกว่า not fine ไม่ต้องหลอกตัวเอง
เดี๋ยวก็ค่อยๆเห็นเหตุเอง
จริงๆตอนนี้ก็พอเห็นเหตุแล้ว
แต่ก็ยังเวิ่นเว้ออยู่เพราะว่าเราไปอยากให้มันดี อยากให้ดีกว่านี้
ไอ"อยาก"ตัวที่ว่านี่แหละ ที่ทำให้พยายามไปยุ่งกับมัน
พอคิดขึ้นมา ความอยากให้มันดี มันก็ไปจับ ไปจิ๊จ๊ะ ดูว่ามันหายรึยัง
อยากหายๆๆ
ก็เลยพาลไม่หายซะงั้น
แล้วก็เลยทำให้คิดยาวโลด
ค่อยๆเดินหน้าเนาะ ^^
"สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมดีเสมอ"
ฉันเคยเจอคำที่บอกว่า
ต้องคิดเสียว่ารู้อย่างนี้แล้ว ยังดีเสียกว่าเสียเวลาต่อไป
ดีแล้วที่ไม่โง่ต่อไปแล้วมาเสียใจทีหลังให้มากกว่า ถึงจะถูก
(ประมาณนี้อ่ะคะ) เอิ้กก ฉันตัวชาในครั้งแรก ภายในสิบวิ
ก็ยอมรับจากใจว่าจริง (ตอนนั้นอ่ะนะ)
ปิ๊กกี้